|
กระเบื้องลายโบราณ encaustic cement tile และการเกิดฝ้าขาวของปูน (Efflorescence) ฝ้าขาวบนผิวหน้ากระเบื้องลายโบราณคืออะไร ผลิตภัณฑ์ใดๆที่ทำจากปูนซีเมนต์หรือมีส่วนผสมของปูนซีเมนต์ เช่น กระเบื้องลายโบราณ, กระเบื้องปูพื้น, กระเบื้องตัวหนอน, กระเบื้องมุงหลังคา, อิฐบล็อก, ปูนฉาบปูนปั้นต่าง ๆ , รูปปั้นหรือรูปปูนหล่อ ฯลฯ จะต้องเกิดรอยด่างขาวขึ้นบนพื้นผิวของผลิตภัณฑ์นั้นๆเมื่อนำมาใช้งานในภายหลังเสมอ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Efflorescence หรือ การเกิดฝ้าขาวของปูน ฝ้าขาวที่เกิดขึ้นแม้จะไม่กระทบกับความแข็งแรงของผลิตภัณฑ์นั้นๆ แต่ก็เป็นที่ขัดเคืองสายตา โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีสีผสมซีเมนต์ [Inorganic pigments] ผสมอยู่ จะเห็นฝ้าขาวถูกขับให้เห็นเด่นชัดมากกว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้ปูนซีเมนต์ล้วน ๆ แม้ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้มีการค้นคว้าวิจัยปรากฏการณ์ของการเกิดฝ้าขาวนี้ แต่จวบจนปัจจุบัน ก็ยังไม่พบวิธีการใด ๆ ที่จะสกัดกั้นการเกิดฝ้าขาวนี้ได้อย่างมีประสิทธิผล อย่างไรก็ตาม ผลจากการเฝ้าติดตามศึกษา ก็ทำให้เข้าใจถึงขบวนการสำคัญที่ก่อให้เกิดปรากฏการณ์นี้
การกำเนิดของฝ้าขาว จากการวิเคราะห์พบว่า ฝ้าขาวจะมีองค์ประกอบสำคัญที่อยู่ในรูปของ เกลือหินปูน
การเกิดของเกลือหินปูน
อนึ่ง ยังมีการเกิดฝ้าขาวอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ปรากฏการณ์การเกิด ฝ้าขาวในปูนขั้นทุติยภูมิ [Secondary efflorescence] ซึ่งไม่ใช่จะเกิดเฉพาะกับวัสดุที่ทำจากปูนซิเมนต์ แต่อาจเกิดกับอิฐแดงก่อกำแพง กระเบื้องปูพื้นดินเผา กระเบื้องเซรามิค [Ceramic] หินอ่อน หินธรรมชาติต่างๆ ฯลฯ โดยมีองค์ประกอบที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ดังนี้ เป็นวัสดุที่มีเกลือที่ละลายน้ำได้ของแคลเซียม [Calcium] โปตัสเซียม [Potassium] แมกนีเซียม [Magnesium] อยู่ในวัสดุนั้นๆ ความชื้นที่อาจจะเกิดจากน้ำฝน น้ำใต้ดิน น้ำท่วม ฯลฯ สามารถแทรกซึมเข้าไปในเนื้อของวัสดุนั้นๆ เพื่อละลายเกลือให้กลายเป็นน้ำด่าง มีจุดที่น้ำด่างสามารถซึมทะลุขึ้นไปบนพื้นผิวเพื่อสะดวกแก่การระเหยของน้ำ โดยอาจเป็นรอยแตกร้าวหรือจุดที่วัสดุมีเนื้อพรุน ฯลฯ ฝ้าขาวในปูนขั้นทุติยภูมิ [Secondary efflorescence] นี้จะเกิดกระจายเป็นหย่อมๆเฉพาะจุดเฉพาะที่ จะมีปริมาณมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของเนื้อวัสดุและปริมาณน้ำด่างที่แต่ละจุดอุ้มสะสมไว้ |